☆Shiki♪☆ View my profile

ไม่ได้เข้ามาเขียนนี้นานมากกกก
 
ที่จริงว่าอยากเขียนรีพอร์ตช่วงที่ไปญี่ปุ่นมา
แต่ก็นึกได้ว่า เรื่องนี้ยังไม่เคยเขียนเก็บไว้เลย

คิดว่าเอามาบอกต่อๆ กันไว้ดีกว่าเผื่อมีใครเป็น หรือใครอ่านมาเจอจะได้ระวังตัวกันไว้นะคะ


เรื่องมันเกิดขึ้นในเดือนตุลา ปี 2555 ช่วงปลายเดือนละ (จำได้แม่นเพราะใกล้วันปิยมหาราช)
ในเสาร์ธรรมดาๆ ที่ออกไปทานเช้ากับญาติๆ จำได้ว่าไปกินข้าวมันไก่ที่ไหนซักแห่งไกลๆ
กินเสร็จไม่จุใจไหนก็ออกมาแล้วเรากับคุณแม่ตัดสินใจไปเดินเล่นกันต่อที่เซ็นทรัลลาดพร้าวละกันน

หลังจากจอดรถเรียบร้อย เราขอเข้าห้องน้ำ ตอนเข้าก็ไม่มีอะไรนะ
พอเสร็จเปิดประตูออกมารู้สึกในหูข้างขวามันวิ้งๆ ก็ไม่อะไรคิดว่าหูอื้อธรรมดา
เดินไปล้างมือ แล้วอยู่ๆมือข้างซ้ายก็กระตุกขึ้นมาเอง

ตอนนั้นก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ เหมือนคนจะเป็นลม นั่งทรุดในห้องน้ำเลย
รู้สึกแปลกๆ ที่บอกไม่ถูก คล้ายคนจะเป็นลมแต่ตาไม่พร่า

((ขอบคุณยาดม จากใครซักคนที่อยู่แถวนั้นนะคะ ช่วยประคองสติได้ในระดับนึงเลย))

นานจนผิดสังเกตุ คุณแม่เข้ามาตาม ก็บอกไปว่ารู้สึกไม่ดีเลยเหมือนจะเป็นลม
คุณแม่เลยพอมานั่งพักที่เก้าอี้แถวหน้าห้องน้ำนั่นล่ะ
เป็นสิบนาที ก็ไม่รู้สึกดีขึ้นเลยตอนนั้นก็ยังคิดว่าเอาไงดีนะ...

พอดีมีพนักงานในห้างเดินมาถามว่าไปห้องพยาบาลไหม
เราก็ตอบตกลง...ตอนนั้นรู้สึกว่าอยากพักให้รู้สึกดีก่อนกลับบ้าน
จากนั้นมีพนักงานพาเราขึ้นรถเข็นพาไปที่ห้องพยาบาล

((ขอบคุณพนักงานทุกคนที่ช่วยเหลือในตอนนั้นนะคะ ไม่งั้นเราก็อาจไม่ได้อยู่ถึงวันนี้))

ได้นอนพักในห้องพยาบาลของห้าง ดมแอมโมเนีย ประมาณ 15 นาทีมั้ง พักใหญ่ๆเลยล่ะ
เหมือนจะรู้สึกดีขึ้นแล้ว ก็เลยลุกขึ้นนั่ง ปรากฏมันไม่ใช่....
เกิดอะไรบางอย่างกับร่างกายเรา ที่อธิบายไม่ถูก บอกคุณแม่ได้แค่ว่า รู้สึกแย่ อยากไปโรงพยาบาล

มีพี่พนักงานผู้ชายสองคนช่วยพาเราไปที่ลานจอดรถ ส่วนคุณแม่ก็ไปเอารถมารับ
ตอนนั้นรู้สึกว่าเริ่มพยุงตัวไม่ได้ ใจเสียมากเลย
มันรู้ได้ด้วยตัวเองว่าเราลุกนั่งเองไม่ได้ จนต้องบอกให้พี่พนักงานที่ช่วยเข็นว่า
พี่ช่วยพยุงที หนูไม่มีแรง...ก็เลยโดนหิ้วปีกขึ้นรถเลยทีนี้

โรงพยาบาลที่ใกล้ๆ ตรงนั้น มีเปาโล กับรามาฯ ใช่มั้ยนะ?
เราบอกคุณแม่ว่าอยากไปรามาฯ คือในความคิดตอนนั้น เพราะที่นั่นเป็นที่เราเกิดเรารู้สึกอุ่นใจน่ะ
คุณแม่ก็บอกว่ามันไกลกว่าอีกที่นะ ไหวนะ แล้วคุณแม่ก็พยายามชวนเราคุยตลอดทาง

((สิ่งสำคัญคือการประคองสติ อย่างน้อยถ้าไปถึงรพ.เราสามารถบอกอาการให้คุณหมอวินิจฉัยได้เร็วขึ้นค่ะ))

เราเองก็เริ่มมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนออกแต่ไม่มาก (ยังนึกว่าหรืออาหารไม่ย่อยกันนะ)
แต่ก็บ่นบอกว่ารู้สึกไม่ดีเลย บอกไม่ถูก
ตอนนั้นแขนซ้าย กับขาซ้ายเรารู้สึกชาๆ ขยับได้ แต่เหมือนไม่มีแรง
ก็พยายามบีบๆนวดๆ เผื่อเลือดมันจะเดินให้รู้สึกดีขึ้น แต่ก็ไม่เห็นช่วยเลยแฮะ

ถึงรพ. เข้าไปในโซนของคนไข้ฉุกเฉิน แน่นอนว่าโดนหิ้วปีกขึ้นเตียงคนไข้ =w=)! หนูไม่มีแรงง~~
บอกอาการกับหมอ แบบละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้น มีอาการยังไง
ตอนนั้นอารมณ์เราคือ หนูจะตายมั้ยหมอ? (แต่ไม่ได้ถามไปนะ)
ถึงมือหมอรู้สึกอุ่นใจจริงๆแหละ เอาวะ ยังไงเป็นอะไรในรพ. มีหมอตั้งเยอะต้องช่วยเราได้บ้างละนะ

ซักพักเลยบอกคุณแม่ว่าขอมือถือโทรไปยกเลิกนัดเพื่อนในวันอาทิตย์ก่อน
โทรไปหาอยู่ 2-3 คนเนี่ย ไม่แน่ใจ แต่บอกไปแค่ประมาณว่า "นัดพรุ่งนี้ยกเลิกนะ ตอนนี้อยู่รพ ไม่เป็นไรมาก"
....พอเพื่อนมารู้ทีหลัง แทบงับหัวอะ เป็นหลอดเลือดในสมองแล้วบอกว่าไม่เป็นไรมากเนี่ยนะ 55+

คุณหมอก็จะเริ่มวินิจฉัยเราละ..
ตอนแรกได้ยินแว่วๆ ว่าอาจจะเป็นโรคพุ่มพวง...
ตอนได้ยินนี่แบ่บ แป้ววว เฮ้ยยย แล้วเราจะอยู่ได้นานแค่ไหนเนี่ยยย
แต่พอวินิจฉัยในหลายๆอย่างแล้วสรุปได้ว่าไม่ใช่ก็อุ่นใจ..

แต่เราเป็นอะไรล่ะ??

จำไม่ได้ว่าโดนคุณหมอ ถามไปกี่รอบ แต่เราเล่าวนๆซ้ำๆ บ่อยมาก
จะมีคำถามที่ถามหลายรอบประมาณว่า

"จากตอนที่เป็นใช้เวลา มารพ.นานมั้ย" อยู่ใน 2 ชม.ค่ะ
(โรคนี้ถึงหมอยิ่งเร็วยิ่งดี ถึงช้ามีโอกาสอัมพาต ไม่ก็เสียชีวิตได้เลย อาการส่วนมากจะไม่บ่งบอกชัดเหมือนเรานี่ล่ะ
คนส่วนมากจะคิดว่าไม่ได้เป็นอะไร แล้วก็ไม่ได้ไปรพ. สุดท้ายจะมาถึงมือหมอเมื่อสายแล้วช่วยอะไรไม่ได้แล้ว
กับอาการอีกรูปแบบจะเป็นอาการแบบเฉียบพลัน อันนี้อาการจะเด่นชัดให้รีบส่งรพ ทันที)

"ครอบครัวมีใครเป็นโรคหัวใจมั้ย" ที่บ้านไม่มีประวัติเลยค่ะ ฝั่งคุณพ่อมีเป็นเบาหวาน ฝั่งคุณแม่มีเป็นมะเร็ง (ตอบเผื่อไว้เป็นข้อมูลให้หมอ)
"สูบบุหรี่มั้ย" ไม่สูบค่ะ
"กินเหล้ามั้ย" ทานบ้างค่ะ เวลาเข้าสังคม แต่ไม่ชอบเท่าไหร่ (ยังจะตอบแบบมีกั๊ก อิอิ)
"กินยาคุมกำเนิดรึเปล่า" ไม่ได้ทานค่ะ (คิดในใจ ยังไม่รู้จะทานทำไมค่าา 55)

และอื่นๆอีกมากมาย

//อันนี้มารู้ตอนหลังที่ไปหาข้อมูลมาเอง คือมันจะเป็นพวกปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดในสมองทั้งนั้นเลย

ทีนี้พอเราไม่มีหมอก็เริ่มงงละว่าเป็นอะไร


หมอให้เราเดิน.....

เฮ้ยยย เดินไม่ได้ ;______; ตอนนั้นปวดหัวมากด้วย
ตอนนอนไม่เป็นไรนะ รู้สึกสบายๆ แต่พอลุกแล้วเดินปวดหัวมาก
แถมเดินไม่ได้ ขาซ้ายมันไม่พยุงตัวให้เลย

สิ่งแรกที่คิด จะเป็นอัมพฤก/อัมพาต มั้ยยย

เรามีอาการที่เด่นชัดสุด คือไม่สามารถควบคุมแขน+ขาซ้ายได้
แต่มีแรงสามารถงัดข้อกะหมอได้ (หมอบอกว่าแรงเยอะนะ ฮา)

ตอนที่รู้ว่ายังสามารถส่งแรงสู้กะหมอได้นี่ดีใจมากเหอะ อย่างน้อยก็ยังพอสั่งได้บ้าง


เหมือนหมอจะเริ่มวินิจฉัยได้แล้วว่าเราน่าจะเป็นอะไร
อาการของเราเป็นภาวะของโรคสมองขาดเลือด แต่ยังหาสาเหตุไม่ได้
หมอบอกว่าเราไม่น่าเป็นโรคนี้ได้เลย ปัจจัยเสี่ยงก็ไม่มี อายุก็น้อย (เกณฑ์เสี่ยงญ 35 ขึ้นไป)

ก็นะอะไรมันก็เกิดขึ้นได้...

ก็มีคุณพยาบาลมาบอกว่า จะให้ฉีดยาวาฟาริน (ยาละลายลิ่มเลือด)
ฉีดแล้วมันจะทำให้เลือดมันไหลเวียนได้ดีขึ้น แต่ว่าก็จะมีผลข้างเคียงบลา บลา .. โอเคมั้ย

เฮ้ยย มาถามอะไรตอนนี้ มีอะไรก็เอามาเถอะค่ะ....-- คิดในใจ
((อารมณ์คนป่วยอะ มีอะไรจะช่วยได้ก็เอามา อนาคตค่อยว่ากันค่ะ))

เป็นยาที่แปลกดีฉีดที่พุง ส่วนที่เป็นไขมัน =w=) ดีนะไขมันเยอะ (ใช่เรอะ?)


ตอนนั้นก็เริ่มง่วงงุนละ อยู่กะหมอ อยู่ที่รพ.สบายใจ หลับคร่อก

 

การดำเนินชีวิต

ก็มีที่เปลี่ยนแปลงนิดหน่อย (จริงๆก็พอสมควรเลย)

หลังจากนอนรพ ได้อาทิตย์นึง
ออกมาพักอยู่ที่บ้าน อีก 1อาทิตย์ ช่วงนั้นมีขาที่สาม (ไม้เท้า) ไว้ช่วยพยุงให้เดินไปไหนเองได้

หนูมีไม้เท้าเป็นของตัวเองแล้วค่าาา..ตอนเด็กเคยคิดว่ามันเท่นะ
แต่ใช้จริงๆมันไม่ได้รู้สึกเท่เลยอะ อยากเดินเอง

ที่บ้านก็ไม่ได้ปล่อยให้ไปเปลี่ยวๆ คนเดียวนะ หมายถึงให้ช่วยตัวเอง ไม่ต้องเกาะกับคนอื่นไรงี้

ช่วงแรกยังต้องเอายาวาฟารินมาฉีดที่พุงเอง (คุณแม่กลัวเลยไม่ยอมฉีดให้...หนูก็กลัวนะ ฮื้ออ)
เป็นยาที่เข้มงวดมาก ทั้งในเรื่องปริมาณที่เข้าสู่ร่างกาย และตัวเราเองจะรับอะไรเข้าไปในร่างกายต้องระวังของแสลงด้วย

ถูกใจที่สุดเรื่องห้ามกินผักใบเขียว 55+ (จริงๆก็ทานได้นะ แต่ในปริมาณปกติ ที่ทานประจำ)


ช่วงแรกๆ ที่กลับมาอยู่บ้านก็กังวลเหมือนกันว่าจะกลับเป็นอีกไหม
สิ่งสำคัญที่สุดคือใจ อย่าคิดอะไรเลยเถิด ร่างกายจะเป็นตัวบอกการกระทำของเราเอง

ดังนั้นต้องดูแลร่างกายของเราให้ดีนะ อย่าให้หักโหมมากไป
เดี๋ยววันนึงเขาประท้วงหยุดงานขึ้นมา มันไม่คุ้มกันเลย

-----------------------------------------------------------------

โชคดีที่วันนั่นอยู่กับคุณแม่ ปกติเราชอบเดินเที่ยวคนเดียวด้วย ถ้าอยู่คนเดียวจะเป็นยังไงเนี่ย =[]=!
โชคดีที่ไม่ตัดสินใจกลับบ้าน ไปรพ.เลย
โชคดีที่เลือกรพ. รามาฯ ได้อยู่เป็นห้องผู้ป่วยแบบ CCU มีคุณพยาบาลดูแตลอด 24 ชม.เลย เรารู้สึกอุ่นใจมาก

โชคดีที่เราเป็นพนง รัฐวิสาหกิจ เลยทำเรื่องส่งตัวกำต้นสังกัดได้
(ไม่ต้องออกค่ารักษาก่อน ต้นสังกัดออกให้เลย) ; w ;
 รู้สึกเป็นบุญแล้ว เพราะค่าใช้จ่าย ค่ารักษา มันยิบย่อยเยอะน่ะ

โชคไม่ดี ที่เราตั้งใจจะไปเที่ยวญี่ปุ่นในเดือนธันวา ทริปต้องเลิกโดยปริยาย
ยังดีที่ทางการบินไทยคืนเงินให้เกือบเต็มจำนวน (หักค่าธรรมเนียม 2,000 บาท)

ทริปนี้เลื่อนมาเป็น ปี 2556 โดยปริยาย ซึ่งจะเล่าทริปสุขสันต์นี่ ในเอนทรี่ถัดไปค่ะ :D (เมื่อไหร่ไม่รู้-ฮา)


โชคดีที่ยังมีชีวิตอยู่ ป่วยครั้งนี้ทำให้รู้เลยว่า การมีชีวิตอยู่นี่มันดีจริงๆนะ

ขอบคุณที่ยังให้เรามีชีวิตอยู่ ขอบคุณคุณหมอ คุณพยาบาล พี่ๆพนงในรพ รามาฯที่ดูแลเราทุกคน
ขอบคุณป่ะป๊าม่ะม้า ที่เป็นกำลังใจให้ลูก โดยเฉพาะม่ะม้าถ้าวันนั้นไม่ได้อยู่กะม่ะม้าลูกจะเป็นยังไงไม่รู้
ขอบคุณพี่น้องญาติๆทุกคน ขอบคุณเพื่อนๆที่มาถามไถ่

เราโอเคแล้วค่ะตอนนี้ เวลาผ่านไป ปีกว่าแล้ว สภาพร่างกายกลับมาเกือบ 100%
ขาดอีกนิดหน่อย เพราะมือซ้ายมันใช้งานได้ไม่สมบรูณ์ในบางครั้ง

อยากทำอะไรก็รีบทำนะคะ ไม่รู้จะมีอะไรเกิดขึ้นกับเราในอนาคต
ยังมีอะไรที่อยากทำ แต่ยังไม่ได้ทำมั้ย อย่าผลัดไปตอนแก่ หรืออายุมากๆเลย ถึงตอนนั้นจะมีแรงมั้ยก็ไม่รู้
ถ้าทำได้ มีโอกาสให้ไขว่คว้ามา ทำให้ได้นะคะ หาความสุขให้กับชีวิตทุกวันค่ะ :D

edit @ 22 Mar 2016 11:29:17 by ☆Shiki♪☆

edit @ 22 Mar 2016 11:34:18 by ☆Shiki♪☆






free counters